บริการ PM ระบบไฟฟ้าโรงงานอุตสาหกรรม

คุณสมบัติสินค้า:

PM ระบบไฟฟ้า (Preventive Maintenance) คือการบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่มุ่งตรวจสอบสภาพ ทดสอบการทำงาน และดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้าตามแผนที่กำหนด เพื่อค้นหาความผิดปกติ ลดความเสี่ยงการขัดข้อง และช่วยให้ระบบไฟฟ้าพร้อมใช้งานอย่างเหมาะสม

หมวดหมู่ : ไฟฟ้าโรงงาน , 

Share

PM ระบบไฟฟ้าโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อความปลอดภัยและความพร้อมใช้งาน

PM ระบบไฟฟ้า หรือ Preventive Maintenance คือการบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่มุ่งตรวจสอบสภาพและดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้าตามแผนที่กำหนด เพื่อค้นหาความผิดปกติ ลดโอกาสเกิดเหตุขัดข้อง และช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความพร้อมต่อการใช้งาน โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้ากับเครื่องจักรและสายการผลิตอย่างต่อเนื่อง

ระบบไฟฟ้าโรงงานประกอบด้วยอุปกรณ์หลายส่วน เช่น สวิตช์เกียร์แรงสูงและแรงต่ำ หม้อแปลงไฟฟ้า ตู้เมนจ่ายไฟ MDB เซอร์กิตเบรกเกอร์ รีเลย์ป้องกัน บัสเวย์ และตู้ควบคุมมอเตอร์ อุปกรณ์เหล่านี้อาจเสื่อมสภาพจากอายุการใช้งาน ความร้อน ฝุ่น ความชื้น การสั่นสะเทือน หรือภาระโหลดที่เปลี่ยนแปลง การทำ PM อย่างเหมาะสมจึงช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถประเมินสภาพอุปกรณ์และวางแผนแก้ไขได้ก่อนปัญหาจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน

บริษัท พาย-โอห์ม เพาเวอร์ เซอร์วิสเซส จำกัด ให้บริการด้านระบบไฟฟ้าโรงงาน ครอบคลุมงานตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าตามขอบเขตที่ตกลงกับลูกค้า เพื่อสนับสนุนการดูแลระบบไฟฟ้าอย่างเป็นระบบและเหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละสถานประกอบการ

ทำไมต้องทำ PM ระบบไฟฟ้า

1. ลดความเสี่ยงจากระบบไฟฟ้าขัดข้อง

อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพหรือมีจุดเชื่อมต่อผิดปกติอาจทำให้เกิดความร้อนสูง การตัดวงจรโดยไม่คาดคิด หรือความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง การบำรุงรักษาเชิงป้องกันช่วยให้สามารถตรวจพบสัญญาณความผิดปกติและจัดการแก้ไขตามระดับความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม

2. เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน

การตรวจสอบสภาพฉนวน จุดต่อสายไฟ อุปกรณ์ป้องกัน และระบบสายดิน เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า ทั้งนี้ การตรวจและทดสอบต้องเลือกวิธีให้เหมาะสมกับชนิดอุปกรณ์ และดำเนินการภายใต้มาตรการความปลอดภัยที่กำหนด

3. ช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์

การดูแลรักษาตามคำแนะนำของผู้ผลิตและสภาพการใช้งานจริง ช่วยลดการสะสมของปัจจัยที่เร่งการเสื่อมสภาพ เช่น ฝุ่น ความชื้น การกัดกร่อน และความร้อนผิดปกติ พร้อมช่วยให้สามารถวางแผนซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนได้อย่างเหมาะสม

4. ลดความเสียหายและค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน

การซ่อมแซมหลังเกิดเหตุขัดข้องอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการหยุดผลิต การซ่อมอุปกรณ์ และการจัดหาอะไหล่เร่งด่วน การทำ PM ช่วยให้โรงงานมีข้อมูลสำหรับวางแผนงานซ่อมบำรุงและงบประมาณล่วงหน้า แม้จะไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีเหตุขัดข้องเกิดขึ้นเลยก็ตาม

5. สนับสนุนความต่อเนื่องในการผลิต

เมื่อโรงงานมีข้อมูลสภาพอุปกรณ์และแผนบำรุงรักษาที่ชัดเจน จะสามารถวางแผนหยุดระบบเพื่อดำเนินงานได้เหมาะสมขึ้น ลดโอกาสที่ปัญหาทางไฟฟ้าจะกระทบต่อกระบวนการผลิตโดยไม่คาดคิด

ประเภทของการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า

การบำรุงรักษาระบบไฟฟ้ามีหลายรูปแบบ แต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์และวิธีดำเนินงานแตกต่างกัน การเลือกใช้ควรพิจารณาจากความสำคัญของอุปกรณ์ ประวัติการขัดข้อง และทรัพยากรที่มีอยู่

1. การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance: PM)

เป็นการตรวจสอบและดูแลอุปกรณ์ตามช่วงเวลาหรือแผนที่กำหนด เช่น การตรวจสภาพ การทำความสะอาดตามวิธีที่ปลอดภัย การตรวจสอบจุดเชื่อมต่อ และการทดสอบอุปกรณ์ตามความเหมาะสม เป้าหมายคือค้นหาความผิดปกติก่อนที่จะส่งผลต่อการทำงานของระบบ

2. การบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance)

เป็นการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องที่ตรวจพบจากการตรวจสอบหรือการใช้งาน เช่น การซ่อมอุปกรณ์ที่ทำงานผิดปกติ การแก้ไขจุดเชื่อมต่อ หรือการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสื่อมสภาพ โดยต้องประเมินความเสี่ยงและความจำเป็นในการหยุดระบบก่อนดำเนินการ

3. การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance)

เป็นการใช้ข้อมูลสภาพอุปกรณ์และผลการตรวจวัดเพื่อประเมินแนวโน้มการเสื่อมสภาพและวางแผนบำรุงรักษา เช่น การตรวจวัดอุณหภูมิ การวิเคราะห์แนวโน้มค่าทางไฟฟ้า หรือการติดตามข้อมูลการทำงาน ทั้งนี้ วิธีที่เลือกใช้ขึ้นอยู่กับประเภทอุปกรณ์และข้อมูลที่สามารถเก็บได้

4. การซ่อมบำรุงหลังเกิดเหตุขัดข้อง (Breakdown Maintenance)

เป็นการซ่อมแซมเมื่ออุปกรณ์หรือระบบเกิดความขัดข้องแล้ว วิธีนี้อาจจำเป็นในบางกรณี แต่หากใช้เป็นแนวทางหลักกับอุปกรณ์สำคัญของโรงงาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการหยุดผลิตและค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถวางแผนล่วงหน้าได้

การบำรุงรักษาทวีผล (Productive Maintenance) เป็นแนวคิดที่มุ่งเพิ่มประสิทธิผลของอุปกรณ์โดยอาศัยการมีส่วนร่วมและการจัดการบำรุงรักษาอย่างเป็นระบบ ซึ่งอาจนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับแผนดูแลระบบไฟฟ้าขององค์กรได้ตามความเหมาะสม

ขั้นตอนและขอบเขตของการทำ PM ระบบไฟฟ้า

1. ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ไฟฟ้า

ตรวจสอบอุปกรณ์ตามขอบเขตงาน เช่น สวิตช์เกียร์ หม้อแปลงไฟฟ้า ตู้ MDB เซอร์กิตเบรกเกอร์ ตู้ย่อย และอุปกรณ์ควบคุม โดยพิจารณาสภาพภายนอก จุดเชื่อมต่อ ร่องรอยความร้อน การกัดกร่อน ฝุ่น ความชื้น และสัญญาณผิดปกติอื่น ๆ

2. ทำความสะอาดตามความเหมาะสม

การทำความสะอาดช่วยลดการสะสมของฝุ่นและสิ่งปนเปื้อนที่อาจส่งผลต่อการระบายความร้อนหรือฉนวนไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ต้องเลือกวิธีทำความสะอาดให้เหมาะกับอุปกรณ์ และดำเนินการหลังจากแยกแหล่งจ่ายไฟและยืนยันสภาพปลอดภัยตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ห้ามทำความสะอาดอุปกรณ์ที่มีไฟฟ้าโดยไม่มีวิธีการและมาตรการที่ได้รับอนุญาตอย่างเหมาะสม

3. ตรวจวัดและทดสอบอุปกรณ์

เลือกวิธีตรวจวัดตามประเภทอุปกรณ์และวัตถุประสงค์ เช่น การวัดค่าความต้านทานฉนวน การตรวจวัดอุณหภูมิด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal Imaging หรือ Thermoscan) และการทดสอบอุปกรณ์ป้องกันตามข้อกำหนดของผู้ผลิตและแผนตรวจสอบ

4. ตรวจสอบระบบป้องกันไฟฟ้า

ตรวจสอบสภาพและการทำงานของอุปกรณ์ป้องกัน เช่น เซอร์กิตเบรกเกอร์ รีเลย์ป้องกัน และอุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วตามที่ติดตั้งไว้ โดยการทดสอบต้องใช้วิธีที่เหมาะสมและไม่ควรสรุปว่าระบบป้องกันทำงานได้สมบูรณ์จากการตรวจด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว

5. ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อและชิ้นส่วน

ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องตามคู่มือและขั้นตอนการบำรุงรักษา การขันแน่น การหล่อลื่น หรือการเปลี่ยนชิ้นส่วนต้องทำเฉพาะกรณีที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ ไม่ควรหล่อลื่นหน้าสัมผัสไฟฟ้าทุกชนิดโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้ผลิต

6. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าสำรองตามขอบเขตงาน

ในสถานประกอบการที่มี UPS หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง อาจกำหนดรายการตรวจสอบและทดสอบการทำงานของระบบสำรองเพิ่มเติม เพื่อประเมินความพร้อมใช้งาน ทั้งนี้ ต้องกำหนดขอบเขตและเงื่อนไขการทดสอบให้เหมาะกับระบบของสถานประกอบการ

7. จัดทำรายงานผลการบำรุงรักษา

หลังดำเนินงาน ควรมีรายงานแสดงขอบเขตอุปกรณ์ที่ตรวจ วิธีการตรวจ ผลการวัด ความผิดปกติที่พบ และข้อเสนอแนะในการแก้ไข เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผน PM ในรอบต่อไปและติดตามงานที่ยังไม่แล้วเสร็จ

ขอบเขตงาน PM ระบบไฟฟ้าที่ให้บริการ

งานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าอาจครอบคลุมอุปกรณ์หลายประเภท ขึ้นอยู่กับระบบที่ติดตั้งจริงในโรงงาน ขอบเขตโครงการ และรายการที่ตกลงกับผู้ให้บริการ

ลำดับขอบเขตงานรายละเอียดโดยสรุป
1Low Voltage & High Voltage Switchgearตรวจสอบและบำรุงรักษาสวิตช์เกียร์แรงต่ำและแรงสูงตามขอบเขตงาน
2Ring Main Unit (RMU)ตรวจสอบสภาพและอุปกรณ์ประกอบของชุดสวิตช์เกียร์ RMU
3Load Break Switch (LBS)ตรวจสอบสภาพและกลไกการทำงานของสวิตช์ตัดโหลดตามวิธีที่เหมาะสม
4Dry Type Transformerตรวจสอบหม้อแปลงชนิดแห้งและส่วนประกอบตามข้อกำหนด
5Oil Type Transformerตรวจสอบหม้อแปลงชนิดน้ำมันและรายการบำรุงรักษาตามขอบเขตงาน
6Protection Relayตรวจสอบและทดสอบรีเลย์ป้องกันตามแผนที่กำหนด
7Main Distribution Board (MDB)ตรวจสอบตู้จ่ายไฟหลัก อุปกรณ์ป้องกัน จุดต่อ และส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง
8Busductตรวจสอบสภาพระบบบัสเวย์ จุดเชื่อมต่อ และส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง
9Air Circuit Breaker (ACB)ตรวจสอบและทดสอบเบรกเกอร์ชนิด ACB ตามวิธีที่เหมาะสม
10Molded Case Circuit Breaker (MCCB)ตรวจสอบสภาพและการทำงานของเบรกเกอร์ชนิด MCCB
11Capacitor Bankตรวจสอบตู้และอุปกรณ์ชดเชยกำลังไฟฟ้าตามขอบเขตงาน
12Electrical Instrumentตรวจสอบเครื่องมือวัดและอุปกรณ์แสดงค่าทางไฟฟ้า
13Motor Control Center (MCC)ตรวจสอบตู้ควบคุมมอเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
14Routine Inspection / Service Contractงานตรวจสอบตามรอบหรือสัญญาบริการตามเงื่อนไขที่ตกลง
15Modification Workงานดัดแปลงและปรับปรุงระบบไฟฟ้าตามขอบเขตโครงการ
16Commissioning Workงานตรวจสอบและทดสอบระบบตามขอบเขตที่กำหนด
17Engineering and Consultancyงานวิศวกรรมและให้คำปรึกษาตามขอบเขตบริการ

หมายเหตุ: รายการข้างต้นเป็นขอบเขตงานที่อาจเกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า ไม่ได้หมายความว่าทุกบริการรวมการตรวจวัด ทดสอบ ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนอะไหล่ทั้งหมด ควรยืนยันรายละเอียดและรายการส่งมอบก่อนเริ่มงาน

ดูบริการที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ที่ PM ตู้ MDB ในระบบไฟฟ้า และบริการ กรองน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า สำหรับงานเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับหม้อแปลงชนิดน้ำมัน

PM ระบบไฟฟ้า ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า

ความถี่และแผนการทำ PM ระบบไฟฟ้าประจำปี

การกำหนดความถี่ในการทำ PM ระบบไฟฟ้าควรพิจารณาจากข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง คู่มือของผู้ผลิต อายุและสภาพอุปกรณ์ ความสำคัญต่อกระบวนการผลิต ประวัติการขัดข้อง และสภาพแวดล้อมในการใช้งาน จึงไม่ควรใช้ช่วงเวลาเดียวกันกับอุปกรณ์ทุกประเภทโดยไม่ประเมินความเหมาะสม

โรงงานสามารถจัดทำแผน PM ประจำปีโดยกำหนดรายการอุปกรณ์ วันที่ตรวจสอบ ผู้รับผิดชอบ วิธีตรวจวัด และช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการหยุดระบบ หากมีอุปกรณ์สำคัญหรือทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง อาจจำเป็นต้องกำหนดวิธีติดตามสภาพหรือความถี่ในการตรวจสอบเพิ่มเติม

นอกเหนือจากการตรวจตามแผน ควรพิจารณาตรวจสอบเพิ่มเติมเมื่อพบสัญญาณผิดปกติ เช่น เบรกเกอร์ตัดบ่อย มีกลิ่นไหม้ จุดเชื่อมต่อมีความร้อนสูง หรือระบบมีการเปลี่ยนแปลงภาระโหลด โดยต้องประเมินความปลอดภัยก่อนดำเนินงาน

ประโยชน์ของการทำ PM ระบบไฟฟ้าประจำปี

  • ช่วยค้นหาความผิดปกติของอุปกรณ์และวางแผนแก้ไขได้เป็นระบบ
  • ลดโอกาสเกิดเหตุขัดข้องที่ส่งผลกระทบต่อการผลิต
  • สนับสนุนการวางแผนซ่อมบำรุงและงบประมาณล่วงหน้า
  • ช่วยจัดเก็บข้อมูลสภาพอุปกรณ์และประวัติการบำรุงรักษา
  • เพิ่มความพร้อมในการตรวจสอบระบบป้องกันและอุปกรณ์สำคัญ
  • ช่วยให้การบริหารความเสี่ยงด้านไฟฟ้ามีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

วิธีเลือกผู้ให้บริการ PM ระบบไฟฟ้า

การเลือกผู้ให้บริการควรพิจารณาความเหมาะสมของประสบการณ์ ความสามารถในการตรวจสอบอุปกรณ์ และความชัดเจนของขั้นตอนการทำงาน โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

  • คุณสมบัติผู้ปฏิบัติงาน: ตรวจสอบคุณสมบัติและใบอนุญาตที่จำเป็นตามลักษณะงาน
  • ขอบเขตบริการ: ระบุรายการอุปกรณ์ วิธีตรวจสอบ การทดสอบ และงานที่ไม่รวมไว้ให้ชัดเจน
  • เครื่องมือทดสอบ: สอบถามวิธีการตรวจวัดและเครื่องมือที่ใช้ให้เหมาะกับประเภทอุปกรณ์
  • ความปลอดภัย: มีขั้นตอนประเมินความเสี่ยง การแยกแหล่งจ่ายไฟ และการควบคุมพื้นที่ทำงานตามความเหมาะสม
  • รายงานผล: มีข้อมูลผลการตรวจวัด รายการผิดปกติ และข้อเสนอแนะที่นำไปดำเนินการต่อได้
  • ค่าใช้จ่ายและการส่งมอบ: กำหนดค่าใช้จ่าย เงื่อนไขการหยุดระบบ และเอกสารส่งมอบให้ชัดเจน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ PM ระบบไฟฟ้า

1. PM ระบบไฟฟ้าคืออะไร

PM ระบบไฟฟ้าคือการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน โดยตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ ทดสอบการทำงาน และดำเนินการดูแลตามแผน เพื่อค้นหาความผิดปกติและลดความเสี่ยงที่ระบบจะขัดข้อง

2. โรงงานควรทำ PM ระบบไฟฟ้าบ่อยแค่ไหน

ความถี่ควรพิจารณาจากข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง คำแนะนำผู้ผลิต สภาพอุปกรณ์ ความสำคัญต่อการผลิต และประวัติการขัดข้อง โดยควรกำหนดแผนบำรุงรักษาที่เหมาะกับแต่ละระบบ

3. การทำ PM ระบบไฟฟ้าต้องหยุดจ่ายไฟหรือไม่

ขึ้นอยู่กับรายการตรวจสอบและวิธีทดสอบ การตรวจบางรายการอาจทำได้ในขณะระบบทำงานภายใต้มาตรการที่เหมาะสม แต่การเปิดอุปกรณ์หรือทดสอบบางประเภทจำเป็นต้องตัดแยกแหล่งจ่ายไฟและยืนยันสภาพปลอดภัยก่อนเริ่มงาน

4. PM ระบบไฟฟ้าครอบคลุมหม้อแปลงและตู้ MDB หรือไม่

สามารถกำหนดให้ครอบคลุมหม้อแปลงไฟฟ้า ตู้ MDB สวิตช์เกียร์ เบรกเกอร์ รีเลย์ป้องกัน และอุปกรณ์อื่นได้ตามขอบเขตงาน ควรตรวจสอบรายการบริการและวิธีทดสอบก่อนยืนยันงาน

5. หลังทำ PM ระบบไฟฟ้าควรได้รับรายงานอะไร

ควรได้รับรายงานตามขอบเขตที่ตกลงกัน ซึ่งอาจประกอบด้วยรายการอุปกรณ์ที่ตรวจ วิธีตรวจ ผลการวัด ความผิดปกติที่พบ และข้อเสนอแนะในการแก้ไข เพื่อใช้วางแผนบำรุงรักษารอบถัดไป

ติดต่อบริการ PM ระบบไฟฟ้า

หากโรงงานหรือสถานประกอบการต้องการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า สามารถติดต่อบริษัทเพื่อหารือเกี่ยวกับประเภทอุปกรณ์ ขอบเขตงาน และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการดำเนินงาน โดยรายละเอียดบริการและการทดสอบจะขึ้นอยู่กับระบบที่ติดตั้งจริงและข้อตกลงของแต่ละโครงการ

บริษัท พาย-โอห์ม เพาเวอร์ เซอร์วิสเซส จำกัด

ที่อยู่: 198 ซอยอ่อนนุช 54 แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250

มือถือ: 089-699-8990

โทรศัพท์: 099-434-6424

อีเมล: BUNDIT.S@piohmpower.com

อีเมล: bundits07@yahoo.com

เว็บไซต์: www.piohmpower.com

สอบถามบริการ PM ระบบไฟฟ้า เพื่อวางแผนตรวจสอบและบำรุงรักษาให้เหมาะสมกับระบบไฟฟ้าของโรงงานคุณ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้