PM ระบบไฟฟ้า (Preventive Maintenance) คือการบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่มุ่งตรวจสอบสภาพ ทดสอบการทำงาน และดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้าตามแผนที่กำหนด เพื่อค้นหาความผิดปกติ ลดความเสี่ยงการขัดข้อง และช่วยให้ระบบไฟฟ้าพร้อมใช้งานอย่างเหมาะสม
หมวดหมู่ : ไฟฟ้าโรงงาน , 
Share
PM ระบบไฟฟ้า หรือ Preventive Maintenance คือการบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่มุ่งตรวจสอบสภาพและดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้าตามแผนที่กำหนด เพื่อค้นหาความผิดปกติ ลดโอกาสเกิดเหตุขัดข้อง และช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความพร้อมต่อการใช้งาน โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้ากับเครื่องจักรและสายการผลิตอย่างต่อเนื่อง
ระบบไฟฟ้าโรงงานประกอบด้วยอุปกรณ์หลายส่วน เช่น สวิตช์เกียร์แรงสูงและแรงต่ำ หม้อแปลงไฟฟ้า ตู้เมนจ่ายไฟ MDB เซอร์กิตเบรกเกอร์ รีเลย์ป้องกัน บัสเวย์ และตู้ควบคุมมอเตอร์ อุปกรณ์เหล่านี้อาจเสื่อมสภาพจากอายุการใช้งาน ความร้อน ฝุ่น ความชื้น การสั่นสะเทือน หรือภาระโหลดที่เปลี่ยนแปลง การทำ PM อย่างเหมาะสมจึงช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถประเมินสภาพอุปกรณ์และวางแผนแก้ไขได้ก่อนปัญหาจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
บริษัท พาย-โอห์ม เพาเวอร์ เซอร์วิสเซส จำกัด ให้บริการด้านระบบไฟฟ้าโรงงาน ครอบคลุมงานตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าตามขอบเขตที่ตกลงกับลูกค้า เพื่อสนับสนุนการดูแลระบบไฟฟ้าอย่างเป็นระบบและเหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละสถานประกอบการ
อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพหรือมีจุดเชื่อมต่อผิดปกติอาจทำให้เกิดความร้อนสูง การตัดวงจรโดยไม่คาดคิด หรือความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง การบำรุงรักษาเชิงป้องกันช่วยให้สามารถตรวจพบสัญญาณความผิดปกติและจัดการแก้ไขตามระดับความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม
การตรวจสอบสภาพฉนวน จุดต่อสายไฟ อุปกรณ์ป้องกัน และระบบสายดิน เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า ทั้งนี้ การตรวจและทดสอบต้องเลือกวิธีให้เหมาะสมกับชนิดอุปกรณ์ และดำเนินการภายใต้มาตรการความปลอดภัยที่กำหนด
การดูแลรักษาตามคำแนะนำของผู้ผลิตและสภาพการใช้งานจริง ช่วยลดการสะสมของปัจจัยที่เร่งการเสื่อมสภาพ เช่น ฝุ่น ความชื้น การกัดกร่อน และความร้อนผิดปกติ พร้อมช่วยให้สามารถวางแผนซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนได้อย่างเหมาะสม
การซ่อมแซมหลังเกิดเหตุขัดข้องอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการหยุดผลิต การซ่อมอุปกรณ์ และการจัดหาอะไหล่เร่งด่วน การทำ PM ช่วยให้โรงงานมีข้อมูลสำหรับวางแผนงานซ่อมบำรุงและงบประมาณล่วงหน้า แม้จะไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีเหตุขัดข้องเกิดขึ้นเลยก็ตาม
เมื่อโรงงานมีข้อมูลสภาพอุปกรณ์และแผนบำรุงรักษาที่ชัดเจน จะสามารถวางแผนหยุดระบบเพื่อดำเนินงานได้เหมาะสมขึ้น ลดโอกาสที่ปัญหาทางไฟฟ้าจะกระทบต่อกระบวนการผลิตโดยไม่คาดคิด
การบำรุงรักษาระบบไฟฟ้ามีหลายรูปแบบ แต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์และวิธีดำเนินงานแตกต่างกัน การเลือกใช้ควรพิจารณาจากความสำคัญของอุปกรณ์ ประวัติการขัดข้อง และทรัพยากรที่มีอยู่
เป็นการตรวจสอบและดูแลอุปกรณ์ตามช่วงเวลาหรือแผนที่กำหนด เช่น การตรวจสภาพ การทำความสะอาดตามวิธีที่ปลอดภัย การตรวจสอบจุดเชื่อมต่อ และการทดสอบอุปกรณ์ตามความเหมาะสม เป้าหมายคือค้นหาความผิดปกติก่อนที่จะส่งผลต่อการทำงานของระบบ
เป็นการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องที่ตรวจพบจากการตรวจสอบหรือการใช้งาน เช่น การซ่อมอุปกรณ์ที่ทำงานผิดปกติ การแก้ไขจุดเชื่อมต่อ หรือการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสื่อมสภาพ โดยต้องประเมินความเสี่ยงและความจำเป็นในการหยุดระบบก่อนดำเนินการ
เป็นการใช้ข้อมูลสภาพอุปกรณ์และผลการตรวจวัดเพื่อประเมินแนวโน้มการเสื่อมสภาพและวางแผนบำรุงรักษา เช่น การตรวจวัดอุณหภูมิ การวิเคราะห์แนวโน้มค่าทางไฟฟ้า หรือการติดตามข้อมูลการทำงาน ทั้งนี้ วิธีที่เลือกใช้ขึ้นอยู่กับประเภทอุปกรณ์และข้อมูลที่สามารถเก็บได้
เป็นการซ่อมแซมเมื่ออุปกรณ์หรือระบบเกิดความขัดข้องแล้ว วิธีนี้อาจจำเป็นในบางกรณี แต่หากใช้เป็นแนวทางหลักกับอุปกรณ์สำคัญของโรงงาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการหยุดผลิตและค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถวางแผนล่วงหน้าได้
การบำรุงรักษาทวีผล (Productive Maintenance) เป็นแนวคิดที่มุ่งเพิ่มประสิทธิผลของอุปกรณ์โดยอาศัยการมีส่วนร่วมและการจัดการบำรุงรักษาอย่างเป็นระบบ ซึ่งอาจนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับแผนดูแลระบบไฟฟ้าขององค์กรได้ตามความเหมาะสม
ตรวจสอบอุปกรณ์ตามขอบเขตงาน เช่น สวิตช์เกียร์ หม้อแปลงไฟฟ้า ตู้ MDB เซอร์กิตเบรกเกอร์ ตู้ย่อย และอุปกรณ์ควบคุม โดยพิจารณาสภาพภายนอก จุดเชื่อมต่อ ร่องรอยความร้อน การกัดกร่อน ฝุ่น ความชื้น และสัญญาณผิดปกติอื่น ๆ
การทำความสะอาดช่วยลดการสะสมของฝุ่นและสิ่งปนเปื้อนที่อาจส่งผลต่อการระบายความร้อนหรือฉนวนไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ต้องเลือกวิธีทำความสะอาดให้เหมาะกับอุปกรณ์ และดำเนินการหลังจากแยกแหล่งจ่ายไฟและยืนยันสภาพปลอดภัยตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ห้ามทำความสะอาดอุปกรณ์ที่มีไฟฟ้าโดยไม่มีวิธีการและมาตรการที่ได้รับอนุญาตอย่างเหมาะสม
เลือกวิธีตรวจวัดตามประเภทอุปกรณ์และวัตถุประสงค์ เช่น การวัดค่าความต้านทานฉนวน การตรวจวัดอุณหภูมิด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal Imaging หรือ Thermoscan) และการทดสอบอุปกรณ์ป้องกันตามข้อกำหนดของผู้ผลิตและแผนตรวจสอบ
ตรวจสอบสภาพและการทำงานของอุปกรณ์ป้องกัน เช่น เซอร์กิตเบรกเกอร์ รีเลย์ป้องกัน และอุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วตามที่ติดตั้งไว้ โดยการทดสอบต้องใช้วิธีที่เหมาะสมและไม่ควรสรุปว่าระบบป้องกันทำงานได้สมบูรณ์จากการตรวจด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว
ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องตามคู่มือและขั้นตอนการบำรุงรักษา การขันแน่น การหล่อลื่น หรือการเปลี่ยนชิ้นส่วนต้องทำเฉพาะกรณีที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ ไม่ควรหล่อลื่นหน้าสัมผัสไฟฟ้าทุกชนิดโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้ผลิต
ในสถานประกอบการที่มี UPS หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง อาจกำหนดรายการตรวจสอบและทดสอบการทำงานของระบบสำรองเพิ่มเติม เพื่อประเมินความพร้อมใช้งาน ทั้งนี้ ต้องกำหนดขอบเขตและเงื่อนไขการทดสอบให้เหมาะกับระบบของสถานประกอบการ
หลังดำเนินงาน ควรมีรายงานแสดงขอบเขตอุปกรณ์ที่ตรวจ วิธีการตรวจ ผลการวัด ความผิดปกติที่พบ และข้อเสนอแนะในการแก้ไข เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผน PM ในรอบต่อไปและติดตามงานที่ยังไม่แล้วเสร็จ
งานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าอาจครอบคลุมอุปกรณ์หลายประเภท ขึ้นอยู่กับระบบที่ติดตั้งจริงในโรงงาน ขอบเขตโครงการ และรายการที่ตกลงกับผู้ให้บริการ
| ลำดับ | ขอบเขตงาน | รายละเอียดโดยสรุป |
|---|---|---|
| 1 | Low Voltage & High Voltage Switchgear | ตรวจสอบและบำรุงรักษาสวิตช์เกียร์แรงต่ำและแรงสูงตามขอบเขตงาน |
| 2 | Ring Main Unit (RMU) | ตรวจสอบสภาพและอุปกรณ์ประกอบของชุดสวิตช์เกียร์ RMU |
| 3 | Load Break Switch (LBS) | ตรวจสอบสภาพและกลไกการทำงานของสวิตช์ตัดโหลดตามวิธีที่เหมาะสม |
| 4 | Dry Type Transformer | ตรวจสอบหม้อแปลงชนิดแห้งและส่วนประกอบตามข้อกำหนด |
| 5 | Oil Type Transformer | ตรวจสอบหม้อแปลงชนิดน้ำมันและรายการบำรุงรักษาตามขอบเขตงาน |
| 6 | Protection Relay | ตรวจสอบและทดสอบรีเลย์ป้องกันตามแผนที่กำหนด |
| 7 | Main Distribution Board (MDB) | ตรวจสอบตู้จ่ายไฟหลัก อุปกรณ์ป้องกัน จุดต่อ และส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง |
| 8 | Busduct | ตรวจสอบสภาพระบบบัสเวย์ จุดเชื่อมต่อ และส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง |
| 9 | Air Circuit Breaker (ACB) | ตรวจสอบและทดสอบเบรกเกอร์ชนิด ACB ตามวิธีที่เหมาะสม |
| 10 | Molded Case Circuit Breaker (MCCB) | ตรวจสอบสภาพและการทำงานของเบรกเกอร์ชนิด MCCB |
| 11 | Capacitor Bank | ตรวจสอบตู้และอุปกรณ์ชดเชยกำลังไฟฟ้าตามขอบเขตงาน |
| 12 | Electrical Instrument | ตรวจสอบเครื่องมือวัดและอุปกรณ์แสดงค่าทางไฟฟ้า |
| 13 | Motor Control Center (MCC) | ตรวจสอบตู้ควบคุมมอเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง |
| 14 | Routine Inspection / Service Contract | งานตรวจสอบตามรอบหรือสัญญาบริการตามเงื่อนไขที่ตกลง |
| 15 | Modification Work | งานดัดแปลงและปรับปรุงระบบไฟฟ้าตามขอบเขตโครงการ |
| 16 | Commissioning Work | งานตรวจสอบและทดสอบระบบตามขอบเขตที่กำหนด |
| 17 | Engineering and Consultancy | งานวิศวกรรมและให้คำปรึกษาตามขอบเขตบริการ |
หมายเหตุ: รายการข้างต้นเป็นขอบเขตงานที่อาจเกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า ไม่ได้หมายความว่าทุกบริการรวมการตรวจวัด ทดสอบ ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนอะไหล่ทั้งหมด ควรยืนยันรายละเอียดและรายการส่งมอบก่อนเริ่มงาน
ดูบริการที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ที่ PM ตู้ MDB ในระบบไฟฟ้า และบริการ กรองน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า สำหรับงานเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับหม้อแปลงชนิดน้ำมัน

การกำหนดความถี่ในการทำ PM ระบบไฟฟ้าควรพิจารณาจากข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง คู่มือของผู้ผลิต อายุและสภาพอุปกรณ์ ความสำคัญต่อกระบวนการผลิต ประวัติการขัดข้อง และสภาพแวดล้อมในการใช้งาน จึงไม่ควรใช้ช่วงเวลาเดียวกันกับอุปกรณ์ทุกประเภทโดยไม่ประเมินความเหมาะสม
โรงงานสามารถจัดทำแผน PM ประจำปีโดยกำหนดรายการอุปกรณ์ วันที่ตรวจสอบ ผู้รับผิดชอบ วิธีตรวจวัด และช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการหยุดระบบ หากมีอุปกรณ์สำคัญหรือทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง อาจจำเป็นต้องกำหนดวิธีติดตามสภาพหรือความถี่ในการตรวจสอบเพิ่มเติม
นอกเหนือจากการตรวจตามแผน ควรพิจารณาตรวจสอบเพิ่มเติมเมื่อพบสัญญาณผิดปกติ เช่น เบรกเกอร์ตัดบ่อย มีกลิ่นไหม้ จุดเชื่อมต่อมีความร้อนสูง หรือระบบมีการเปลี่ยนแปลงภาระโหลด โดยต้องประเมินความปลอดภัยก่อนดำเนินงาน
การเลือกผู้ให้บริการควรพิจารณาความเหมาะสมของประสบการณ์ ความสามารถในการตรวจสอบอุปกรณ์ และความชัดเจนของขั้นตอนการทำงาน โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
PM ระบบไฟฟ้าคือการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน โดยตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ ทดสอบการทำงาน และดำเนินการดูแลตามแผน เพื่อค้นหาความผิดปกติและลดความเสี่ยงที่ระบบจะขัดข้อง
ความถี่ควรพิจารณาจากข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง คำแนะนำผู้ผลิต สภาพอุปกรณ์ ความสำคัญต่อการผลิต และประวัติการขัดข้อง โดยควรกำหนดแผนบำรุงรักษาที่เหมาะกับแต่ละระบบ
ขึ้นอยู่กับรายการตรวจสอบและวิธีทดสอบ การตรวจบางรายการอาจทำได้ในขณะระบบทำงานภายใต้มาตรการที่เหมาะสม แต่การเปิดอุปกรณ์หรือทดสอบบางประเภทจำเป็นต้องตัดแยกแหล่งจ่ายไฟและยืนยันสภาพปลอดภัยก่อนเริ่มงาน
สามารถกำหนดให้ครอบคลุมหม้อแปลงไฟฟ้า ตู้ MDB สวิตช์เกียร์ เบรกเกอร์ รีเลย์ป้องกัน และอุปกรณ์อื่นได้ตามขอบเขตงาน ควรตรวจสอบรายการบริการและวิธีทดสอบก่อนยืนยันงาน
ควรได้รับรายงานตามขอบเขตที่ตกลงกัน ซึ่งอาจประกอบด้วยรายการอุปกรณ์ที่ตรวจ วิธีตรวจ ผลการวัด ความผิดปกติที่พบ และข้อเสนอแนะในการแก้ไข เพื่อใช้วางแผนบำรุงรักษารอบถัดไป
หากโรงงานหรือสถานประกอบการต้องการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า สามารถติดต่อบริษัทเพื่อหารือเกี่ยวกับประเภทอุปกรณ์ ขอบเขตงาน และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการดำเนินงาน โดยรายละเอียดบริการและการทดสอบจะขึ้นอยู่กับระบบที่ติดตั้งจริงและข้อตกลงของแต่ละโครงการ
บริษัท พาย-โอห์ม เพาเวอร์ เซอร์วิสเซส จำกัด
ที่อยู่: 198 ซอยอ่อนนุช 54 แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250
มือถือ: 089-699-8990
โทรศัพท์: 099-434-6424
อีเมล: BUNDIT.S@piohmpower.com
อีเมล: bundits07@yahoo.com
เว็บไซต์: www.piohmpower.com
สอบถามบริการ PM ระบบไฟฟ้า เพื่อวางแผนตรวจสอบและบำรุงรักษาให้เหมาะสมกับระบบไฟฟ้าของโรงงานคุณ